a-level ไม่ได้ดั่งใจ ยังมีคณะที่ใช่รออยู่ที่จีน

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน

by น้องออม นักศึกษาแพทย์แผนจีนที่ Zhejiang Chinese medical

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

สวัสดีค่ะ หนูชื่อนางสาวออมม์ทอง เจียมจรัสโชคนะคะ เป็นนักศึกษาแพทย์แผนจีนปีที่ 1 คณะแพทย์แผนจีน ที่ Zhejiang Chinese medical ค่ะ ขออนุญาตเรียกแทนตัวเองว่า ออม นะคะ ตอนนี้ออมได้ใช้ชีวิตที่ประเทศจีนและศึกษาด้านแพทย์แผนจีนมาราว 4 เดือนแล้วค่ะ ถึงแม้ว่าเวลาจะสั้นแต่ประสบการณ์ที่ออมได้รับมาตลอด 4 เดือนที่ผ่านมานั้นน่าจดจำ จนเรียกได้ว่าคงจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของออมเลยค่ะ เพราะได้เจอเพื่อนใหม่ ทั้งเพื่อนชาวไทยและเพื่อนชาวต่างชาติ การเรียนการสอนจากอาจารย์ชาวจีนจริงๆ หลักสูตรที่เคยใฝ่ฝันว่าจะเรียนมาตลอด แต่เรื่องราวที่ออมเกริ่นนำมานี้ ออมเคยคิดที่จะทำลายมันด้วยมือของตัวเองด้วยนะคะ พอถึงตอนนี้แล้ว ทุกคนคงอยากจะรออ่านกันแล้วใช่ไหมคะ งั้นเรามาเริ่มกันเลยค่ะ

เริ่มสนใจเรียนต่อจีนได้อย่างไร? ทำไมถึงรู้จักจิ้นปู้?

คงต้องย้อนกลับไปเมื่อตอนมัธยมต้น ออมมีความฝันว่าอยากจะเรียนต่อด้านแพทย์แผนจีนค่ะ เพราะว่าตอนประถมมีโอกาสไปรักษาเรื่องไซนัสอักเสบที่รพ.หัวเฉียว แล้วรู้สึกสนใจด้านนี้ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ชอบกลิ่นหอมของรมยาจีนตอนที่เข้าไปในแผนกแพทย์แผนจีนด้วยค่ะ เลยรู้สึกว่าถ้าโตไปแล้วได้มาทำงานที่มีแต่กลิ่นหอมแบบนี้ก็คงจะดีเหมือนกัน(อันนี้ความคิดตอนเด็กนะคะ ฮาๆ) แต่ว่าไม่ได้คิดจะเรียนจริงจังค่ะ ด้วยความที่ออมเป็นคนที่ไม่เก่งด้านสายวิทย์-คณิต(ตอนนั้นคิดว่าแพทย์แผนจีนรับแค่สายวิทย์-คณิต) ตอนนั้นจึงเป็นได้แค่ความฝันค่ะ

แล้วก็อยากจะไปเรียนต่อที่ประเทศจีนด้วยเพราะว่าส่วนหนึ่งคือออมมีความสามารถด้านภาษาจีนค่อนข้างจะโดดเด่น เพราะว่าตอนม.2 มีโอกาสได้ไปเรียนภาษาจีนที่มณฑลยุนนาน ประเทศจีนค่ะ และตอนนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต จึงตัดสินใจยื่นทุนเรียนต่อม.ปลายที่ประเทศจีนกับสมาคมแห่งหนึ่งค่ะ คือตอนนั้นเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากค่ะ และสามารถสอบวัดระดับ HSK 5 ผ่านได้ภายในปีนั้นด้วย เพราะออมเชื่อเสมอว่าออมจะทำได้และไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

จนกระทั่งวันประกาศผล ออมไม่ติดทุนค่ะ ไม่ติดแม้แต่ตัวสำรองด้วยซ้ำ ตอนนั้นออมเสียใจมากเพราะความคาดหวังจากครอบครัว จากอาจารย์ และจากตนเอง มันกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลจนไม่คิดเผื่อใจเลยว่าถ้าเกิดไม่ผ่านเราจะเสียใจขนาดไหน แล้วตอนนั้นออมก็เอาแต่โทษตัวเองค่ะว่าเป็นเราเองที่ไม่พยายามให้มากพอ และสุดท้ายออมก็เรียนต่อม.ปลายสายภาษาอังกฤษ-ภาษาจีนที่โรงเรียนเดิมค่ะ ยอมรับเลยว่าตลอดช่วงชีวิตม.ปลายออมไม่ได้รู้สึกมีความสุขเท่าที่ควร และไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย จะทำอะไรก็กลัวจะผิดหวัง แล้วก็เลิกเรียนพิเศษภาษาจีนไป หยุดอ่านภาษาจีนที่เมื่อก่อนอ่านทุกวันเพราะรู้สึกว่าออมไม่สามารถทำมันได้อีกแล้ว

จนตอนม.6 ออมไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะยื่นทุนไปเรียนต่อที่ประเทศจีนเลย เพราะเรื่องในตอนนั้นมีฝังใจออมมากจริงๆ จนมีอยู่วันหนึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาส่งรายละเอียดการบรรยายเรื่องทุนไปเรียนต่อที่ประเทศจีนให้ ก็เลยตัดสินใจไปฟังค่ะ เป็นการบรรยายทุนไปเรียนต่อของจิ้นปู้ ตอนั้นหลังจากฟังจบ ออมก็ไม่ได้ความคิดที่จะไปเรียนต่อเลยเพราะยังฝังใจอยู่ แต่ว่าตอนนั้นก็ยังคงติดต่อสอบถามกับพี่ยาผ่านทางแชทมาตลอดหลายเดือน จนออมตัดสินใจว่าจะลองยื่นทุนอีกรอบหนึ่ง ก็ขอไปแบบนั้นด้วยความกลัว แต่หลังจากเริ่มเตรียมเอกสารขอทุนไปได้สักพัก ทางจิ้นปู้เองก็ช่วยเหลือออมในทุกๆ ด้าน ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินเอกสารและการยื่นขอทุนไปในมหาวิทยาลัยที่เราต้องการ รวมไปถึงการเตรียมสอบสัมภาษณ์ ก็ช่วยให้ออมได้คลายกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ เมื่อก่อนออมก็เคยมีปะสบการณ์ในการยื่นทุนมาแล้วเลยรู้ว่าเอกสารที่ต้องเตรียมยื่นมีเยอะมาก แต่ทางจิ้นปู้ก็ช่วยแบ่งเบาเรื่องเอกสารไปได้เยอะเลยค่ะ แล้วก็ช่วยเหลือออมมาตลอดจนสามารถติดมหาวิทยาลัยและคณะที่ใฝ่ฝันได้ และยังช่วยดำเนินเอกสารต่างๆ ให้ตอนมารายงานตัวที่มหาวิทยาลัย รวมไปถึงพาชมรอบๆ มหาวิทยาลัยและสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงอีกด้วย

จนถึงตอนนี้ถ้าให้ออมอธิบายความรู้สึกที่มีต่อจิ้นปู้ ก็คงเหมือนออมเดินออกนอกเส้นทางไปอย่างไร้จุดหมายและไม่มีความฝัน แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนจูงมือออมออกมาจากป่ามืดทึบกลับมาในเส้นทางที่ออมเคยเดิน จนตอนนี้ออมก็สามารถทำตามความฝันสำเร็จได้หลายอย่าง สุดท้ายแล้วก็ขอขอบคุณทางจิ้นปู้ที่มาให้คำบรรยายทางออนไลน์ในตอนนั้นและเป็นผู้ที่จับมือให้ออมกลับมาเดินบนเส้นทางแห่งความหวังและความฝันอีกครั้ง ขอบคุณโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐมที่ยื่นโอกาสให้ออมได้กลับมาเรียนภาษาจีนอีกครั้ง ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่คอยอบรมสั่งสอน ขอบคุณครอบครัวที่คอยเป็นกำลังใจและสนับสนุนมาโดยตลอด และสุดท้ายนี้ขอขอคุณตัวเองที่อดทนและฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อความฝันมาโดยตลอด เป็นทั้ง 丽丽 และ 詹芳菲 ที่ทุกคนภูมิใจมาตลอด ขอบคุณนะคะ

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

บรรยายความสวยงามและสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเจ้อเจียงจะแบ่งออกเป็น 2 วิทยาเขตค่ะ คือวิทยาเขต Binjiang และ วิทยาเขต Fuchun ค่ะ นักศึกษาชาวต่างชาติจะได้เรียนอยู่ที่วิทยาเขต Binjiang เป็นหลักค่ะ และบางครั้งจะได้ไปเรียนที่วิทยาเขต Fuchun ด้วยค่ะ

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

สิ่งแรกที่ออมรู้สึกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเจ้อเจียง วิทยาเขต Binjiang และยังรู้สึกได้จนถึงตอนนี้คือ บรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้สูงใหญ่ ตึกที่ไม่แออัดจนเกินไปจึงมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และบางจุดก็จะมีต้นสมุนไพรจีนที่ทางมหาวิทยาลัยได้ปลูกเอาไว้สำหรับการศึกษา พื้นที่พักผ่อนที่ออมใช้มากที่สุดคือลานน้ำตกด้านหน้าหอพักนักศึกษาต่างชาติ เพราะมีพื้นที่จัดเป็นสัดส่วน มีน้ำตกและบ่อน้ำไว้ดูอย่างเพลินตา ในช่วงที่ออมมาอยู่เป็นช่วงระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อากาศจึงค่อนข้างเย็น และที่ส่วนนั้นมักจะมีคนมานั่งตากแดดคลายหนาวเพราะมีแสงแดดส่องถึงยามเช้าถึงบ่าย

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

ซึ่งภายในห้องพักของมหาวิทยาลัยจะแบ่งเป็นหอพักสำหรับนักศึกษาจีนและหอพักสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ออมได้พักอยู่ที่ตึก 12 เป็นตึกของวิทยาลัยนานาชาติค่ะ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นลิฟท์ ห้องซักผ้า และมีห้องครัวภายในตึกด้วยค่ะ ที่นี่จะแบ่งเป็นห้องพัก 2 คนกับห้องพัก 4 คนค่ะ ส่วนออมพักกับ มะเหมี่ยว เพื่อนที่มาด้วยกันค่ะ

ในส่วนของห้องสมุดของโรงเรียนจะตั้งอยู่ด้านหน้าประตูทิศใต้ ออมได้มีโอกาสเข้าไปนั่งอ่านหนังสืออยู่หลายครั้ง ที่นั่นแบ่งเป็นสัดส่วน นักศึกษาและอาจารย์สามารถมาจองโต๊ะอ่านหนังสือได้ด้วยการแสกนบัตรประจำตัวตรงห้องสมุดชั้น 1 ก่อนจะเดินขึ้นไปค่ะ เพราะว่าห้องสมุดที่นี่มีทั้งหมด 3 ชั้น และมีจำนวนที่นั่งเยอะมากจนบางครั้งออมก็ลืมว่าตัวเองนั่งที่ไหน ฮาๆ

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

และภายในมหาวิทยาลัยยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติของมหาวิทยาลัย ประวัติของแพทย์แผนจีน และตัวยาจีนต่างๆ จำนวนมากที่จัดแสดงไว้ภายในนั้นด้วย เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีผู้ปกครองพาเด็กเข้ามาเยี่ยมชมและรับประทานอาหารที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยด้วย ส่วนตัวออมรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ เพราะภายในจัดอย่างสวยงามพร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนจีนอีกด้วย ข้างกันยังมีตึกแผนกทันตกรรมและแผนกแพทย์แผนจีนสำหรับให้การรักษาแก่บุคคลทั่วไปอีกด้วยค่ะ

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

ต่อไปจะเป็นตึกโรงอาหาร มีทั้งหมด 2 ชั้นค่ะ ชั้นแรกส่วนใหญ่จะเป็นกับข้าว บางร้านเป็นร้านบะหมี่ แต่ที่ออมชอบมากที่สุดคือร้านเกี๊ยวน้ำแสนอร่อยที่ออมชอบทานเป็นอาหารเช้าทุกวัน ย้ำว่าทุกวันเลยนะคะ ฮาๆ เพราะอร่อยมาก รสชาติดีสุดๆ สั่งประจำจนเจ้าของร้านจำได้เลย ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นร้านอาหารที่หลากหลายยิ่งขึ้น มีทั้งอาหารจีนและร้านอาหารต่างชาติ รสชาติก็อร่อยไม่แพ้กัน แถมโรงอาหารที่นี่ยังราคาถูกกว่าร้านอาหารข้างนอกด้วยค่ะ ในวันหยุดสุดสัปดาห์มักจะเห็นผู้ปกครองและเด็กๆ ที่มาชมพิพิธภัณฑ์ก็จะมารับประทานอาหารที่นี่ด้วยค่ะ

และอีกหนึ่งสถานที่ที่เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำวิทยาเขตนี้เลยคือลานจารึกของมหาวิทยาลัยที่อยู่ด้านหลังห้องสมุดค่ะ ที่นั่นจะเรียงเป็นแนวครึ่งวงกลม จุดเด่นคือจะมีแผ่นหินที่สลักเกี่ยวกับบุคคลสำคัญของแพทย์แผนจีนเอาไว้ ตัวยาที่โดดเด่นในมณฑลเจ้อเจียง และประวัติโดยย่อของมหาวิทยาลัยค่ะ

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

ส่วนวิทยาเขต Fuchun ออมเคยไปครั้งหนึ่งตอนงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ค่ะ ที่นั่นห่างจากวิทยาเขตที่ออมอยู่ประมาณ 30 นาที บรรยากาศจะออกเป็นชนบท มีภูเขาล้อมรอบ ต่างกับวิทยาเขตนี้ที่ตั้งอยู่ในเมืองซึ่งสะดวกต่อการเดินทางมากกว่า แต่ส่วนตัวแล้วออมชอบวิทยาเขต Fuchun มากกว่า เพราะตอนที่ไปดูห้องสมุดที่นั่น พอมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นวิวภูเขาหลักล้านที่หาที่ไหนไม่ได้เลยค่ะ แล้วระหว่าง 2 วิทยาเขตนี้จะมีรถของทางมหาวิทยาลัยรับ-ส่งเป็นประจำทุกวันนะคะ

ประสบการณ์เรียนต่อที่ประเทศจีน by น้องออม

การสอนของอาจารย์ที่จีน และการได้รู้จักเพื่อนๆ ต่างชาติ

ในชั้นเรียนของออม BRTCM มีเพียง 8 คน มีชาวไทย 3 คน ชาวสเปน 1 คนชาวเวเนสุเอลา 1 คน ชาวสหรัฐฯ 2 คน และชาวคาซักสถานอีก 2 คนค่ะ และทุกคนก็ค่อนข้างที่จะเก่งภาษาจีนกันมากๆ แต่ทุกคนก็ไม่เคยคิดที่จะแข่งกัน กลับช่วยเหลือกันตลอด เป็นเหมือนทั้งเพื่อน และครอบครัวเล็กๆ ให้กันเสมอค่ะ ทีแรกออมก็กังวลว่าในชั้นเรียนจะกดดันมากไหม เพราะเทียบกับพวกเขาแล้ว ออมก็ยังอ่อนด้านภาษามากๆ ค่ะ แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดจะกดดันกัน มีเรื่องอะไรก็สามารถปรึกษาเพื่อนๆ ในชั้นเรียน หรือรุ่นพี่ที่มาให้ความรู้หลังเลิกเรียนเป็นประจำทกอาทิตย์ได้ค่ะ ทำให้ออมรู้สึกว่าภายในชั้นเรียนสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ

ในส่วนของหลักสูตรที่ออมเรียนส่วนใหญ่อาจารย์จะสอนด้วยภาษาจีน แต่มีบางรายวิชาที่จะต้องเรียนรวมกับคณะอื่นๆ อาจารย์จึงใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มีอยู่ครั้งหนึ่งในคาบ Inter culture อาจารย์ให้แต่ละประเทศขึ้นมาบรรยายเกี่ยวกับประเทศของตัวเอง ออมกับเพื่อนชาวไทยอีกสองคนต้องขึ้นบรรยายเกี่ยวกับประเทศไทย จึงทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น บางครั้งจะมีเพื่อนๆ ชาวต่างชาติต่างคณะเข้ามาทักทายพร้อมกับพูดว่า “ประเทศไทยเจ๋งมากเลย ฉันอยากลองไปเที่ยวสักครั้ง” หรือบางครั้งจะมีคนเข้ามาทักทายว่า “ฉันรู้จัก ลิซ่า BLACKPINK ได้ยินมาว่าเขามาจากประเทศไทย เขาสวยมากเลย ฉันชอบเขามากๆ” เรียกได้ว่ามันเป็นครั้งแรกของออมเลยที่มีชาวต่างชาติเข้ามาทักทายแบบนี้ เพราะว่าออมเป็นคนไม่ชอบคุยกับคนอื่นเท่าไรโดยเฉพาะสถานการณ์ที่ต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่ในสังคมนี้ทำให้ออมได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจคุยกับคนอื่นมากขึ้นค่ะ

ความประทับใจและสิ่งที่อยากบอกต่อรุ่นน้องในการเรียนต่อจีน

ออมอยากจะบอกว่าใครก็ตามที่คิดว่าการมาเรียนต่อที่ประเทศจีนหรือเรียนที่ต่างประเทศ หรือคิดว่ามันอาจเป็นเรื่องยากมากสำหรับเราหรือเปล่า เราจะปรับตัวได้ไหม ออมจะบอกว่า ใช่ค่ะ มันยากมากๆ สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างออมที่ต้องจากบ้านที่คุ้นเคยมาเรียนที่ต่างประเทศคนเดียว แต่เชื่อเถอะค่ะว่าการที่เราออกนอกกรอบของตัวเองออกมาใช้ชีวิตในโลกแบบใหม่ ประสบการณ์ไม่ใช่เพียงด้านการเรียน แต่มีประสบการณ์ชีวิตจำนวนมากมายที่เราไม่สามารถค้นพบได้ตอนเราอยู่ในกรอบหรือเซฟโซนที่เราตั้งขึ้น ถึงมันจะมาพร้อมความน่ากลัว ความไม่คุ้นชินจากวัฒนธรรมของพื้นที่นั้นๆ หรืออุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่เชื่อไหมคะ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ พออ่านมาถึงตอนนี้หลายคนอาจจะบอกว่าก็ออมพูดได้นี่นา ก็มาเรียนที่จีนตั้ง 3 รอบแล้ว ถ้าให้ออมเล่าอีกอย่างคือออมออกจากเซฟโซนของตัวเองมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพื่อไปเรียนภาษาที่ประเทศจีน การตัดสินใจมนครั้งนั้นทำให้ออมได้สิ่งใหม่มากมาย ได้เป็น 詹芳菲 ที่เก่งภาษาจีนมากๆ ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองถนัดภาษาจีนซึ่งออมก็ทิ้งมันไปนานมากแล้วเพื่อหาความสามารถอื่นๆ ถ้าวันนั้นออมไม่ก้าวออกจากกรอบที่ตีไว้ ออมก็คงไม่มีวันนี้ วันที่ทำความฝันของตัวเองได้สำเร็จ สำหรับใครที่กำลังลังเลว่ามาเรียนที่แระเทศจีนดีไหม ให้ดูออมเป็นตัวอย่างก็ได้ค่ะ สู้ชีวิตมาก็ตั้งมาก เจอคนดูถูกหรือไม่เห็นค่ามาก็ตั้งมาย แต่ท้ายที่สุดถ้าเราไม่ยอมแพ้เราก็จะสามารถเดินไปตามทางของความฝันของตัวเองได้ค่ะ แน่นอนว่าการที่ตัดสินใจมาเรียนต่อที่ประเทศจีนจะทำให้เราได้รับประสบการณ์ที่หาจากที่ประเทศไทยไม่ได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ สุดท้ายนี้ก็ฝากจิ้นปู้ด้วยนะคะ พี่ๆ เขาเทคแคร์ออมดีมากๆ ถ้ามีอะไรสงสัยเกี่ยวกับการเรียนต่อที่ประเทศจีน ปรึกษากับพี่ๆ เขาได้เลยค่ะ ขอบคุณ แล้วก็ บ๊ายบายค่า

ต่อต่อทีมงานจิ้นปู้

095-481-8901 : พี่ไทร
082-953-9901 : พี่แก้ว
095-528-5404 : พี่โอ
091-736-5225 : พี่ออย

แอด LINE Official

ไม่พลาดทุกโอกาส

ชั้น 3 จามจุรีสแควร์ ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ (MRT สถานีสามย่าน)

ต่อต่อทีมงานจิ้นปู้

095-481-8901 : พี่ไทร
082-953-9901 : พี่แก้ว
095-528-5404 : พี่โอ
091-736-5225 : พี่ออย

แอด LINE Official

ไม่พลาดทุกโอกาส

ชั้น 3 จามจุรีสแควร์ ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ (MRT สถานีสามย่าน)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top